| |
|
|
| |
รู้จักนครเชียงใหม่ใน ๑ นาที
|
|
| |
ขอต้อนรับสู่ นครเชียงใหม่
๑. ประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่
๒.
สภาพภูมิศาสตร์เมืองเชียงใหม่
๓.
วัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่
๔. วัดในอำเภอเมืองเชียงใหม่
|
|
|
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
๑. ประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่
เชียงใหม่ เป็นเมืองที่มีประวัติอันยาวนาน มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนานับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปกรรมอันเก่าแก่ และ วัดวาอาราม ตลอดจนโบราณวัตถุสถานที่ยังปรากฏให้เห็นอยู่ทุกวันนี้
ชื่อเต็มของเมืองเชียงใหม่ ซึ่งปรากฏในตำนานต่าง ๆ ได้แก่ นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ มาจากคำว่า นพบุรี ซึ่งหมายถึง เชียงใหม่ และบางท่านว่าหมายถึง เมืองที่ ๙ |
|
|
|
| |
โดยกล่าวว่าในสมัยก่อนล้านนาประกอบด้วยหัวเมืองต่าง ๆ ดังนี้
๑. หิรัญนคร (เชียงแสน)
๒. เชียงราย
๓. ฝาง
๔. เชียงดาว
๕. หิริภุญชัย
๖. เชียงชื่น
๗. พร้าว
๘. ลำปาง
๙. เชียงใหม่ |
|
|
|
| |
พบว่าในตำนานเจ้าสุวัณณคำแดงเรียกเมือง เชียงใหม่ว่า นพีสี ซึ่งบางท่านกล่าวว่าหมายถึง ฤาษีเก้าตน แต่หากจะแปลลึกลงไปก็แปลได้ว่า เชียงใหม่ เพราะคำว่า นพ นอกจากแปลว่า เก้า แล้วยังแปลว่า ใหม่ อีกด้วย คำว่า อิสี นั้นแปลว่า นักบวช ซึ่งในภาษาเก่าเรียก นักบวชว่า เชียง ดังนั้น นพีสี ก็หมายถึง เชียงใหม่ อันเป็นเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ หลังจากการที่พญามังรายยึดเมืองหริภุญชัยได้สำเร็จ |
|
|
| |
เชียงใหม่เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า ๗๐๐ ปี นับตั้งแต่พญามังราย พญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหง ร่วมกันสร้างเมืองบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง และขนานนามว่า นพบุรีศรีนครพิงค์ เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักรล้านนา เชียงใหม่เคยมีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในทุก ๆ ด้าน เคยแผ่ขยายอาณาเขตกว้างไกลออกไปจรดเชียงตุงและเชียงรุ้ง ด้านการศาสนาได้แผ่พุทธศาสนาไปทั่วอาณาจักร และยังจัดให้มีการประชุมสังคายนาพระไตรปิฎกในสมัยพญาติโลกราช ด้านวรรณกรรมมีวรรณกรรมพุทธศาสนาเกิดขึ้นมากมาย เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ สิหิงคนิทาน และปัญญาสชาดก |
|
|
| |
ประมาณ พ.ศ. ๒๑๐๑ พระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่าได้ยกทัพมาตีเชียงใหม่ทำให้อาณาจักรล้านนาตกเป็นของพม่าเป็นเวลานานกว่า ๒๐๐ ปี ในระหว่างที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงกอบกู้บ้านเมืองและตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี พญากาวิละร่วมกับพญาจ่าบ้าน ได้เข้าสวามิภักดิ์และร่วมกันขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่สำเร็จ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา-โลกมหาราช เมืองเชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองประเทศราชของสยาม หลังการเปลี่ยนแปลงการ ปกครองของไทย เชียงใหม่เป็นจังหวัดหนึ่งของไทยที่มีขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และภาษาพื้นเมือง (ภาษาคำเมือง) เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง |
|
|
| |
การสถาปนาอาณาจักรใหม่ของชนชาติไทยมีอาณาจักรใหม่ที่สำคัญคือ ล้านนา สุโขทัย และอยุธยา ซึ่งมีความเชื่อในพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทนิกายลังกาวงศ์ โดยอาณาจักรล้านนามีพญามังราย เป็นผู้ก่อตั้ง และทรงเชิญพญางำเมือง พ่อขุนรามคำแหงมาร่วมกันพิจารณาถึงชัยภูมิ และการวางผังเมืองเชียงใหม่ มีฐานะเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเปรียบเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของจักรวาลมีความสำคัญที่สุด โดยมีเมืองบริวารอยู่รายรอบ มีพระเจดีย์หลวง เขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางจักรวาลเป็นศูนย์รวมจิตใจ และรายล้อมด้วยวัดบริวาร เปรียบประดุจดวงดาวน้อยใหญ่อีก ๘ วัด ตามทิศของเมือง คือ วัดเชียงยืน วัดชัยศรีฎร์ วัดบุพพาราม วัดชัยมงคล วัดนันทาราม วัดตโปทาราม วัดสวนดอก และวัดเจ็ดยอด ในเวียงเชียงใหม่จึงมีสถานที่สำคัญที่ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง ตั้งอยู่ที่บริเวณกลางเวียงเชียงใหม่ อันเป็นศูนย์กลางจักรวาล ได้แก่ เสาอินทขีล ต้นไม้ยาง กุมภัณท์ หอคำ (พระราชวัง) และวัดสำคัญทำให้เมืองเชียงใหม่มีฐานะสูงเด่นเหนือเมืองบริวาร และเป็นศูนย์กลางของล้านนา |
|
|
| |
จากสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย ส.พลายน้อย ได้กล่าวถึงตำนานเมืองเชียงใหม่ไว้ว่า เมื่อพญามังรายครองเมืองเชียงแสน แล้วไม่นานได้ไปสร้างเมืองเชียงรายที่ริมแม่น้ำกก เมื่อ พ.ศ.1805 แล้วย้ายจากเชียงแสนไปอยู่เชียงราย ภายหลังชนะเมืองลำพูนแล้ว ได้ไปสร้างนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.๑๘๓๙ โดยอัญเชิญพระร่วงเมืองสุโขทัย และพระยางำเมือง เมืองพะเยา มาร่วมประชุมปรึกษาในการสร้างแล้วขนานนามเมืองว่า เมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เอาชื่อแม่น้ำปิงมาเรียก นครพิงค์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ยกเมืองเชียงใหม่ขึ้นเป็นเมืองประเทศราช พระเจ้ากาวิละเป็นผู้ครองนครคนแรกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ |
|
|
| |
๒. สภาพภูมิศาสตร์เมืองเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดในภาคเหนือ มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ |
|
|
|
| |
ทิศเหนือ ติดต่อกับ รัฐฉานประเทศพม่า
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดเชียงราย ลำพูน และลำปาง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอปาย อำเภอขุนยวม และอำเภอ แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน |
|
|
|
| |
ลักษณะโดยทั่วไปของพื้นที่เป็นป่าละเมาะและภูเขา มีที่ราบอยู่ ตอนกลางสองฝั่ง แม่น้ำปิงมีพื้นที่ประมาณ ๒๐,๑๐๗.๐๕๗ ตารางกิโลเมตร พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม และที่ราบเชิงเขานั้น เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะต่อการเกษตร
จากสภาพทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดเชียงใหม่ที่ประกอบไปด้วยป่าและภูเขา อีกทั้งยังตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง ๑,๐๒๗ ฟุต จึงทำให้มีผลกระทบต่อลักษณะทางภูมิอากาศซึ่งค่อนข้างเย็นเกือบตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี ๒๕.๔ องศาเซลเซียส มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน ส่งผลกระทบให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีภูมิอากาศดีซึ่งเป็นเสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่ |
|
|
| |
๓. วัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่
ภาษา:
ภาษาที่ใช้ของจังหวัดเชียงใหม่เรียกว่า ภาษาคำเมือง ภาษาไทยวน หรือภาษาโยนก ซึ่งใช้พูดและเขียนตามภาษาพูดเป็นตัวเมือง
ศาสนาและประเพณี:
ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ
ประเพณีเกี่ยวกับศาสนา:
เช่น ประเพณีปอยน้อย (บรรพชา) ปอยหลวง (ทำบุญฉลองเสนาสนะ) ขึ้นพระธาตุหรือไหว้พระธาตุ (สรงน้ำพระธาตุ)
ศิลปกรรม:
จากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติมีอิทธิพลต่อการตั้งถิ่นฐานของประชากร สะท้อน ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางกายภาพและวัฒนธรรมอันปรากฎเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น ได้แก่ เรือนกาแล ที่ถือเป็นสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์ของนครเชียงใหม่
ศิลปหัตถกรรม:
เป็นงานสร้างสรรค์ด้านศิลปล้านนาเป็นแหล่งปัญญาความรู้ความคิดด้านศิลปวิทยา-การ อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ เครื่องเขิน เครื่องเงิน
อาหารการกิน:
ชาวเชียงใหม่มีการประกอบอาหารที่ถูกสุขลักษณะ โดยนำเอาเครื่องสมุนไพร พืชผักพื้นบ้าน มาประกอบอาหารได้เหมาะสมตามฤดูกาล
การรักษาโรค:
การรักษาโรคของหมอพื้นบ้านเชียงใหม่ ได้มีการสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นต่อไปในการนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษา และผู้รับการรักษาจะต้องมีความเชื่อเป็นเบื้องต้น
|
|
|
| |
๔. วัดในอำเภอเมืองเชียงใหม่
กองพุทธศาสนสถาน กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ (๒๕๓๑) กล่าวถึงประวัติวัดในอำเภอเมืองเชียงใหม่ไว้จำนวน ๑๒๐ วัด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลต่าง ๆ ดังนี้ |
|
|
| |
๑. ตำบลช้างคลาน
๒. ตำบลช้างเผือกป่าตัน
๓. ตำบลช้างม่อย
๔. ตำบลท่าศาลา
๕. ตำบลป่าแดด
๖. ตำบลพระสิงห์
๗.
ตำบลฟ้าฮ่าม
๘. ตำบลแม่เหียะ
๙. ตำบลวัดเกตุ
๑๐. ตำบลศรีภูมิ
๑๑. ตำบลสันผีเสื้อ
๑๒. ตำบลสุเทพ
๑๓. ตำบลหนองหอย
๑๔.
ตำบลหายยา |
จำนวน ๙ วัด
จำนวน ๘ วัด
จำนวน ๗ วัด
จำนวน ๕ วัด
จำนวน ๖ วัด
จำนวน ๑๗ วัด
จำนวน ๕ วัด
จำนวน ๖ วัด
จำนวน ๗ วัด
จำนวน ๒๒ วัด
จำนวน ๕ วัด
จำนวน ๙ วัด
จำนวน ๕ วัด
จำนวน ๙ วัด |
|
|
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|