เวลาเดิน

คนเรามักเฝ้ามองเวลา ไม่ว่าทำอะไรมักอ้างอิงกับการเดินของเวลาเสมอ
การเดินของเวลาเป็นสิ่งที่เรากำหนดขึ้นมาเองใช่หรือไม่
เวลาพอมันเดินไปข้างหน้าแล้วจะไม่มีการเดินถอยหลังแม้แต่เพียงก้าวเดียว

 

 

 

แต่งโดย

เจ้าชายน้อย

champ4606052@hotmail.com



คนเรามักเฝ้ามองเวลา ไม่ว่าทำอะไรมักอ้างอิงกับการเดินของเวลาเสมอ แต่ถ้ามองกลับกันนั้น การเดินของเวลาเป็นสิ่งที่เรากำหนดขึ้นมาเองใช่หรือไม่  ทำไมเวลาของประเทศไทยจึงเดินเร็วกว่าประเทศทางฝั่งยุโรป ก็เป็นเพราะคนยุโรปนั่นเองที่เป็นผู้กำหนดให้เวลามาตรฐานอยู่ที่เมือง กรีนนิช ประเทศอังกฤษ  และถ้ามองกลับกันว่าถ้ามีคนอื่น ๆ กำหนดที่ ๆ ตนเองอยู่เป็นมาตรฐานบ้างล่ะเวลามันก็จะเดินเปลี่ยนไปอีกใช่หรือไม่ ฉันใดก็ฉันนั้น ดังนั้นจึงอย่าไปยึดติดกับคำว่าเวลาหรือการเดินของเวลามากมายนักเพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดขึ้นมาโดยมนุษย์นั่นเอง

เมื่อมนุษย์เป็นผู้กำหนดเวลาขึ้นมา มนุษย์ก็จะมาทุกข์กับคำว่า เวลาอีกใช่หรือไม่ เป็นคำถามที่หาคำตอบได้ไม่ยากหรือไม่ง่ายในตัวของมันเอง เพียงแค่เรา ๆ ท่าน ๆ ลองมามองดูตัวเองกันก่อนเถอะว่าทุกวันนี้ท่านมีความทุกข์กับคำว่าเวลาหรือไม่   “ได้เวลาทานข้าวแล้วยังไม่ไปอีกเหรอ” “ได้เวลานอนแล้วเข้านอนได้แล้ว” เป็นคำที่ฟังดูคุ้นเคยใช่รึเปล่า แล้วเป็นทุกข์กับมันไหม  “ก็ยังไม่หิวทำไมต้องบังคับให้ทานด้วย”  “ ยังไม่ง่วงเลยทำไมต้องไปนอนด้วย ” ตัวอย่างข้างต้นคงทำให้มองให้เห็นว่า คนเรานั้นยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งที่เราคิดขึ้นตั้งขึ้น ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงมันอาจจะไม่จำเป็นต้องคิดถึงคำว่า เวลา เลยก็ได้ เพราะร่างกายของเรามันจะมีนาฬิกาของมันอยู่แล้วที่จะคอยบอกเรา ๆ ท่าน ๆ ว่า หิวแล้ว ง่วงแล้ว แล้วทำไมเราต้องไปทนทุกข์กับเวลาที่เรากำหนดมันขึ้นมาด้วยเล่า อีกทั้งยังมีผู้คนอีกมากมายที่เป็นทุกข์กับคำว่าเวลา ด้วยการเฝ้ารอและรอคอย เคยมีความรู้สึกไหมว่าทำไมเวลามันเดินช้าจังเลย เดินเร็วกว่านี้อีกไม่ได้เหรอ นี่เป็นความรู้สึกหรือความคิดที่เรามักจะคิดขึ้นเมื่อเราเฝ้ารอหรือรอคอยอะไรสักอย่าง แต่ในทางกลับกัน ก็มักจะมีความรู้สึกว่าทำไมเวลามันเดินเร็วจังขอเวลามากกว่านี้อีกไม่ได้เหรอ เมื่อเรารู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่ทำหรือหมกมุ่นอยู่กับอะไรสักอย่างจนเผลอตัวไปไม่คิดถึงคำว่าเวลา


ดังที่เล่ามาข้างต้นมีตัวอย่างอีกหนึ่งตัวอย่างที่มีมุมมองที่แตกต่างกัน ที่โรงพยาบาลระหว่างห้องคลอดกับห้อง ICU ถ้าจะสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเวลาทั้งสองห้องนี้เดินไม่เท่ากันหรือความรู้สึกที่เราอยากให้เวลานั้นเดินเร็วหรือช้าต่างกัน ห้องคลอดผู้เป็นพ่อมักจะเฝ้ารอด้วยความกระสับกระส่ายเพื่อเพียงหวังจะได้เห็นหน้าลูกน้อยเร็วที่สุด หวังให้เวลาเดินอย่างรวดเร็วให้การคลอดสำเร็จเสร็จสิ้นไป ต่างกับห้อง ICU ผู้คนที่เข้าไปห้องนั้นหวังให้เวลานั้นเดินช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อยื้อชีวิตบุคคลอันเป็นที่รักเอาไว้แม้เพียงเสียวนาทีก็ยังดี ยอมให้ทุกอย่างเพื่อแลกกับเวลาที่จะต่ออายุของบุคคลอันเป็นที่รักออกไป แต่สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกันของห้องสองห้องนี้ก็คือเวลาก็ยังเดินด้วยความปกติ ไม่รีบเดินเพื่อใครและไม่เดินเชื่องช้าเพื่อใครเวลาก็ยังสม่ำเสมอในการเดินมีเพียงแต่มนุษย์เท่านั้นเองที่ตีโพยตีพายไปกับเวลาว่าเร็วว่าช้า


สิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่ที่สติของเราว่าจะปล่อยไปตามเวลาหรือจดจ้องอยู่กับสิ่งที่กระทำ ถ้าปล่อยไปตามเวลามันก็จะมีความรู้สึกว่าเดี๋ยวเวลาก็เร็วเดี๋ยวเวลาก็ช้า แต่ถ้าเราจดจ้องอยู่กับสิ่งที่ทำสิ่งที่คิดไม่สนใจเวลา จะเร็วจะช้าก็ไม่สามารถไปแก้ไขอะไรมันได้สู้ดำเนินชีวิต ณ ปัจจุบันของเราให้มีสติดีกว่าใช่หรือไม

การทำอะไรถ้าเรารู้ตัว รู้สึกตัวอยู่ว่าทำอะไร เราจะไม่ไม่รู้สึกว่าเวลามันเดินช้าหรือเดินเร็วแต่เราจะรู้ว่าเรามีเวลาเหลืออีกเท่าไรในการใช้ชีวิตอยู่ เพราะเวลาก็เดินไปของมันตามปกติเพียงแค่เราทำทุกอย่างอย่างมีสติ อย่างในห้อง ICU แทนที่เราจะมานั่งอ้อนวอนขอเวลาให้เดินช้าลงช้าลงเพื่อดึงคนที่เรารักไว้ สู้ใช้เวลาที่มีอยู่ปฏิบัติเอาใจบุคคลอันเป็นที่รักไม่ดีกว่าหรือ เพราะเวลาพอมันเดินไปข้างหน้าแล้วจะไม่การการเดินถอยหลังแม้แต่เพียงก้าวเดียว ใช้เวลาของเราที่มีอยู่ให้คุ้มค่ากับบุคคลรอบข้างอันเป็นที่รักของเราเพียงแค่นั้นคุณก็ไม่จำเป็นต้องสนใจว่าเวลานั้นเดินช้าหรือเร็วเพราะเราทำเวลาทุกเนาทีของเราให้มีคุณค่าสำหรับตัวเองเพียงเท่านั้น เราก็จะรู้สึกคุ้มค่ากับทุกสิ่งที่ได้ทำโดยมันจะช้าจะเร็วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป และผลที่ออกมาเมื่อมองกลับไปมองเวลาทุกนาทีที่มันผ่านมาละผ่านไปที่เราทำมันอย่างเต็มที่แล้วคุณก็จะไม่รู้สึกเสียใจเพราะเราไม่ปล่อยเวลาให้มันเดินผ่านคุณไปอย่างสูญเปล่านั่นเอง

 “มอบรอยยิ้มให้คนที่พบเพื่อเป็นการเริ่มต้นความรักที่ไม่รู้จบ………”

 


วัดสันติธรรม ต.ช้างเผือก อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๓๐๐
โทร. ๐๕๓-๒๒๑๗๙๒  ๐๘-๗๑๙๓-๓๑๖๙  ๐๘-๖๑๘๗-๓๙๔๒ และ ๐๘-๑๖๐๒-๗๕๐๐