มาฝึกใจให้สันโดษ


ในยุคแห่งการแก่งแย่งแข่งขัน แย่งชิงกันไม่เลือกเช่นนี้
จะค้นพบสุขได้อย่างไร เมื่อใจไม่เคยพอ หยุดบีบคั้นชีวิต คิดเสียใหม่
มาฝึกใจให้รู้จักประมาณตน

 

 

 

แต่งโดย

อาวุธปญฺโญ  ภิกขุ

aomam_hipo@hotmail.com



หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า สันโดษยินดีในสิ่งที่มีอยู่  ความหมายที่เข้าใจได้ง่ายที่สุดคือ รู้จักประมาณ หรือรู้จักพอนั่นเอง แต่หลายคนเพียงแค่เคยได้ยิน  ตรงกันข้ามคำเหล่านี้กับไม่ติดอยู่กับใจพวกเขาเหล่านั้นเลย  นับว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง  เพราะพวกเขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่โชคดีที่สุดในโลก  แต่กับทำให้โอกาสแห่งความโชคดีนั้นหลุดหายไป  คุณคงอาจจะคิดว่าโชคดีได้ยังไง  ก็เพราะว่าการที่เราจะเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ยากมาก  ลองนึกขึ้นในใจของท่านดูว่าบนโลกใบนี้มนุษย์กับสัตว์นั้นอย่างไหนมีประริมาณมากก่าวกัน  ต้องเป็นสัตว์อย่างแน่นอนที่สุด และสัตว์นั้นไม่สามารถที่จะกระทำสิ่งที่เป็นคุณงามความดีได้  ไม่สามารถยกระดับจิตใจให้หลุดพ้นจากความทุกข์ได้ ลองนึกต่อไปว่าถ้าเราไม่ ได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วจะเป็นอะไรล่ะ  แต่ความโชคดีแค่นี้ยังไม่หมดยังมีความโชคดีที่สุดยอดอยู่นั่นก็คือ การที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนานั้นเป็นความโชคดีที่เรียกว่าsupper veryโชคดีที่สุดสำหรับมนุษย์คนหนึ่งแล้ว

  ฉะนั้นเราควรอย่างยิ่งที่จะใช้โอกาสแห่งความโชคดีนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ทำอย่างไรล่ะคำตอบง่าย ๆ ก็คือทำยังไงใจเราจะไม่ทุกข์  พิจารณาต่อไปอีกว่าอะไรล่ะที่เป็นสาเหตุทำให้เราทุกข์  ตัวที่สำคัญที่สุดคือตัว ตัณหา ตัวความอยากนั่นเอง อยากได้สิ่งนั้นอยากได้สิ่งนี้และความอยากส่วนหนึ่งเกิดมาจากความไม่รู้จักประมาณตน ไม่สันโดษยินดีในสิ่งที่เป็นอยู่มีอยู่ เช่น เมื่อได้ตำแหน่งนี้แล้วก็อยากจะเลื่อนขั้นในตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอีก  มีสมบัติชิ้นนี้แล้วก็อยากจะได้เพิ่มขึ้นไปอีก  โดยไม่รู้ว่าตัวอยากนี้เป็นเหตุนำมาซึ่งความทุกข์ในภายหลัง  นำมาอย่างไรก็นำมาในภายหลังที่เราได้สิ่งนั้นมาสมใจแล้ว คือจะต้องมีความระแวดระวังรักษาสิ่งนั้นไม่ให้สูญหายไปจากเรา จิตจะเกิดความไม่สงบจะนึกอยู่แต่สิ่งนั้นเพราะมันส่งออกนอกกาย  จึงทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นอย่างนี้

ดังเช่นมีเรื่องพระเถราจารย์รูปหนึ่ง  เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีศรัทธาญาติโยมให้การอุปถมภ์  มีโยมคนหนึ่งนำที่ชงน้ำชาอย่างดีที่ซื้อมาจากเมืองนอกมาถวายหลวงพ่อ  หลวงพ่อเห็นว่าเป็นของมีราคาแพงและโยมอุสาตห์หามาถวาย  ทุกครั้งที่ใช้เสร็จหลวงพ่อจะสั่งให้เณรล้างทำความสะอาดด้วยความระมัดระวัง  อยู่มาวันหนึ่งเณรเกิดทำที่ชงน้ำชาแตกหลวงพ่อทราบความก็เรียกเณรรูปนั้นมาหา  เณรก็กลัวว่าหลวงพ่อจะด่า  แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นหลวงพ่อกลับพูดกับเณรนั้นว่า ขอบใจนะเณรที่ช่วยเอาความทุกข์ออกให้ เรื่องนี้ก็เป็นอุทาหรณ์อย่างดีเกี่ยวกับเรื่องความพอ เพราะในระยะเวลาที่ของนั้นอยู่กับท่านก็มีแต่ความทุกข์ที่จะต้องดูแลรักษาของสิ่งนั้น

 ถ้าเกิดว่าเรารู้จักประมาณรู้จักพอในตัวเองความทุกข์ที่จะต้องรักษาของเหล่านั้นก็จะไม่เกิดขึ้นเพราะไม่มีอะไรที่เราจะต้องห่วง แม้แต่พระพุทธเจ้าพระองค์ก็ตรัสรู้มาจากความรู้จักประมาณ ทรงให้เดินทางสายกลาง พอดี พอเหมาะ พอควร การที่ใครอยากจะมีความสันโดษนั้น ไม่ใช่ว่าจะต้องไปอยู่คนเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครจึงจะเรียกว่าความสันโดษ อย่างนี้เป็นความคิดที่ผิด เพราะไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานที่แห่งใดจะมีผู้คนมากมายแค่ไหน เราก็สามารถมีความสันโดษได้  เพียงแค่เรามีสติสันโดษอยู่กับตัวเองแล้ว    แม้จะกำลังคุยอยู่กับใคร จะมีคนมากแค่ไหน หรือจะต้องทำอะไรอยู่  เราก็จะมีความสันโดษติดอยู่กับใจตลอดเวลา  ความสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นกับเรา

 


วัดสันติธรรม ต.ช้างเผือก อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๓๐๐
โทร. ๐๕๓-๒๒๑๗๙๒  ๐๘-๗๑๙๓-๓๑๖๙  ๐๘-๖๑๘๗-๓๙๔๒ และ ๐๘-๑๖๐๒-๗๕๐๐