รายการบูรณปฏิสังขรณ์ พระพุทธรูป (พระอนันตญาณมุนี)
เขียนโดย หลวงพ่อพระมหาทองอินทร์ กุสลจิตฺโต
อนุสนธิแห่งการบูรณปฏิสังขรณ์ พระพุทธรูป หลวงพ่ออนันตญาณมุนี นี้ เดิมพระภิกษุแสง ยโสธโร ได้ออกธุดงค์ขึ้นไปทางเหนือถึงตำบลเมืองคอน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พบพระเศียรพระพุทธรูป วัดรอบพระเศียรเหนือพระกรรณ ๒๘ นิ้วครึ่ง จึงนำข่าวนี้มาแจ้งแก่พระอาจารย์สิม พุทฺธาจาโร เจ้าอาวาสวัดสันติธรรมเชียงใหม่ พระอาจารย์จึงขอร้องให้เจ้าน้อยชม ณ เชียงใหม่ ขึ้นไป เพื่อนำมาบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นไว้เป็นพระประธาน ณ พระอุโบสถ วัดสันติธรรม ต่อไป เจ้าน้อยชุม ณ เชียงใหม่ ผู้ประกอบด้วยปสาทศรัทธา เลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนาและเห็นกาลไกล จึงรับภาระด้วยความชื่นชมยินดี ขึ้นไปรับเศียร พระพุทธรูปดังกล่าวด้วยพระภิกษุแสง ยโสธโร และได้บริจาคทรัพย์เนื่องในกาลนี้ ไปรับพระพุทธรูปนั้นเป็นเงิน ๓๙๐ บาท (สามร้อยเก้าสิบบาทถ้วน)
พระเศียรพระพุทธรูปนั้น ได้มาตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา แห่งปีพุทธศักราช ๒๔๙๕ ค้างอยู่นาน ต่อมาจนถึงวันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๖ นางสาวนิ่มคิ้ม แซ่เฮ่ง เจ้าของร้านไทยสิริ ผู้ความเชื่อและความเลื่อมใสอันแรงกล้า ในอันจะทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป และได้เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดสันติธรรมนี้ ได้นำข่างอันเป็นมงคลไปแจ้งแก่ข้าพเจ้าว่าพระเศียรพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดสันติธรรม ยังไม่มีผู้ใดเป็นศรัทธาทำการบูรณปฏิสังขรณ์ให้คืนคงอยู่ในพระพุทธศาสนาตามสภาพเดิม
ข้าพเจ้าจึงได้มาเรียนถามพระอาจารย์สิม พุทฺธาจาโร ท่านแจ้งให้ทราบว่ายังไม่มีใครรับบูรณปฏิสังขรณ์ ข้าพเจ้าจึงได้ตรวจดูพระเศียรนั้น เห็นว่ามีลักษณะสวยงามยิ่ง ทำให้ข้าพเข้าบังเกิดศรัทธาปสาท รับเป็นผู้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ ทั้งนี้ด้วยความเชื่อมั่นในความเป็นฉันทะสามัคคีธรรม แห่งบรรดาท่านทั้งหลาย ผู้มีความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา ปรารถนาที่จะให้ดำรงอยู่กัลปาวสาน ร่วมใจร่วมมือกันสร้างสรรค์ให้เป็นองค์พุทธสารูปโดยบริบูรณ์ และเป็นพุทธานุสรณีย์ ควรแก่ความเคารพและสักการะประดิษฐานไว้ ณ ปูชนียสถานแห่งวัดนี้ต่อไป
ในการร่วมใจร่วมมือ โดยความพร้อมเพียงกันนี้ บรรดาญาติมิตรและบรรดาศรัทธาทั้งหลาย ได้ช่วยกันรวบรวมทอง สำหรับหล่อพระบ้าง บริจาคทรัพย์เป็นกำลังช่วยขวนขวายในกิจอันเนื่องในการนี้บ้าง จึงทำให้เป็นปลาบปลื้มยินดีโดยทั่วกัน
อีกประการหนึ่ง ซึ่งสมควรจะแจ้งไว้ในที่นี้ด้วย คือ ในการรวบรวมทองสำหรับหล่อพระพุทธรูปในครั้งนี้ มีเจ้าอาวาสแห่งพระอารามต่างๆ ได้กรุณารวมใจบริจาคทองมากบ้างน้อยบ้างเท่าที่จะหาได้รวม ๓๖ พระอาราม
การรวบรวมทองสำหรับพระพุทธรูปนั้น รวมทั้งสิ้นได้ทองหนักประมาณ ๕๔๐ กิโลกรัม ใช้ในการหล่อสิ้นไปประมาณ ๒๐๖ กิโลกรัม คงเหลืออยู่ประมาณ ๓๓๔ กิโลกรัม และพระพุทธรูปหลวงพ่อ พระอนันตญาณมุนีนี้ใช้ทองคำเปลวสิ้นไป ๑,๐๐๐ แผ่น
บัดนี้การบูรณปฏิสังขรณ์และปิดทองพระพุทธรูปได้สำเร็จบริบูรณ์เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๗ เวลา ๑๔.๓๕ น. และพระพุทธรูปนี้ ได้ทำการหล่อเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๗ ตรงกับวันศุกร์ เดือน ๖ แรม ๑๑ ค่ำ เวลา ๐๓.๓๖ น. สิ้นทองที่หลอมแล้ว ๑๗๕ กิโลกรัม