จนมาถึงวันนี้แม้ว่าพระพุทธองค์จะทรงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปนานแล้วก็ตาม แต่ชาวพุทธทั้งมวลยังคงระลึกถึงพระคุณความดีของพระองค์
ซึ่งยังคงอยู่อย่างเป็นอมตธาตุ อมตธรรม เมื่อบุคคลใดประพฤติ ปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์อย่างจริงจังแล้ว ก็จะได้สัมผัสพระพุทธคุณ
ของพระองค์ด้วยจิตของผู้นั้น ดังพระพุทธภาษิตว่า ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา
เมื่อพระพุทธศาสนาได้ล่วงเลยมานานกว่า ๒ พันปีเช่นนี้ ผู้ปฏิบัติอย่างจริงจังในพระพุทธศาสนาก็มีจำนวนน้อยลงไปด้วย ผู้ที่สามารถเห็นพระพุทธเจ้า
หรือ พระพุทธคุณ ก็มีน้อยยิ่งนัก คนส่วนมากก็ยังคงรู้สึกเคว้งคว้าง เมื่อจะระลึกถึงพระพุทธองค์ โดยปราศจากสิ่งอันเป็นสัญลักษณ์ยึดเหนี่ยวที่เป็นรูปธรรม
ดังนั้นโบราณาจารย์ผู้ฉลาดจึงได้คิดประดิษฐ์สร้างพระพุทธรูปขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ ให้ประชาชนผู้อ่อนด้วยอินทรีย์ สามารถเข้าถึงและสัมผัส
พุทธคุณได้ง่ายขึ้น
เดิมทีนั้นการสร้างพระปฏิมาพุทธรูปก็มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเท่านั้น สร้างกันเป็นจำนวนมาก ๆ เพื่อบรรจุตามพระธาตุ เจดีย์ ที่สำคัญ ๆ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้เป็นเครื่องรางของขลัง เพราะแต่เดิมเครื่องรางของขลังที่ปรากฏก็จะมีเป็นจำพวกตะกรุด พิศมร หรือผ้ายันต์ เป็นต้น ต่อมาพระพุทธรูปก็พัฒนามาเป็นพระเครื่องที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง ทำให้มีขนาดเล็กลงพกพาสะดวกสามารถติดตัวไปด้วยได้ทุกหนทุกแห่ง